วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การเดินทางของใจ : วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคล



     วันนี้ผมเริ่มต้นเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย ไปตามที่ใจอยากเขียน เนื่องจากเพื่อนคะยั้นคะยอให้เขียนบทความอะไรก็ได้ให้สักหน่อย เอาที่ไม่หนัก ไม่เบา พอดี ๆ ผมก็มานั่งนึกอยู่นานจะเขียนไรดีหนอ ก็เลยตัดสินใจเขียนตามแนวถนัดและที่ผมชอบ และขอใช้ชื่อเรื่องว่า “การเดินทางของใจ” เพราะใจเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะว่าใจเรานี้เมื่อจะทำอะไรหากมีพลังใจ มีกำลังใจ มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นก็จะทำสิ่งใดก็สำเร็จ แต่หากเมื่อไหร่ เราหมดพลังใจ หมดกำลังใจไป ขาดความตั้งใจ หมดวามมุ่งมั่นแล้วละก็คงไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จไปได้ แต่เราจะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร สำหรับผมคือการได้เดินทางไปทำบุญไหว้พระ ในที่ต่าง ๆ ก็ทำให้สุขใจ และได้พลังใจต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมากทีเดียวเลย ยิ่งบางวัดที่สงบร่มรื่น ผู้คนไม่พลุกพล่านยิ่งดี เพราะจะทำให้เราได้ซึมซับความสงบ และค่อย ๆ พิจารณาในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ตามกฎไตรลักษณ์ ที่พระพุทธเจ้าได้ประทานให้เหล่ามวลมนุษยชาติไว้ เพียงแต่เรามักจะมองข้ามไป จึงทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป และด้วยความอยากที่มีอยู่เต็มหัวจิตหัวใจทำให้เราเกิดความอยากได้ อยากมี อยากเป็น อยู่ตลอดเวลา แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเมื่อเรารู้แล้วเราจะแก้มันอย่างไรมากกว่า 


      เกริ่นมาเสียยืดยาว เดี๋ยวผู้อ่านจะเบื่อเอา วันนี้จะขอเล่าประสบการณ์การท่องวัดไหว้พระทำบุญที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้ ด้วยเหตุว่ามีโอกาสได้พาผู้สูงอายุไปเรียนรู้และศึกษาดูงานแถบภาคกลางและภาคตะวันออก และมาแวะยัง “วัดใหญ่ชัยมงคล” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเข้าไปแล้วทำให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของผู้สร้าง และความรุ่งเรืองในสมัยเมื่อกว่าหกร้อยปีของอาณาจักรอยุธยาไม่ได้ ทำให้อดใจไม่ไหวที่จะต้องค้นหาข้อมูลว่าใครเป็นผู้สร้าง มีความสำคัญอย่างไร ซึ่งก็เดินดูก็มีป้ายบอกแต่ไม่ละเอียดจึงค้นหาในอินเตอร์เน็ตต่อ พบว่า วัดใหญ่ชัยมงคล สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นคือในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิปดีที่ 1 หรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทองพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.1900 สมเด็จพระเจ้าอู่ทองได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาเผา ที่ปลงศพนั้นโปรดให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว 


     ต่อมาคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วบวชเรียนมา จากสำนักรัตนมหาเถระ ในประเทศศรีลังกาคณะสงฆ์นี้ได้เป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่ชาวกรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก ทำให้ผู้คนต่างมาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะป่าแก้วมากขึ้น สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็นสมเด็จพระวันรัตน มีตำแหน่งเป็นพระสังฆราชฝ่ายขวาคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ และมีจุดเด่นและจุดที่สนใจคือ เจดีย์ชัยมงคล ซึ่งตั้งตระหง่านโดดเด่นและเป็นชื่อวัดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรบชนะ มังกะยอชวาพระมหาอุปราชของหงษาวดี ที่ ต.หนองสาหร่าย จ.สุพรรณบุรี ในครั้งนั้นพม่าได้ยกทัพเข้ามาในขอบขันฑสีมา สมเด็จพระนเรศวรฯ และสมเด็จพระเอกาทศรถผู้เป็นพระอนุชาจึงได้นำทัพไปรับศึก และได้ขับช้างเข้าไปอยู่ในวงล้อมของข้าศึกทีคอยระดมยิงปืนเข้าใส่พระและพระคชาธาร โดยที่เหล่าแม่ทัพนายกองวิ่งตามพะรองค์มาไม่ทันพระองค์จึงประกาศด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า พระเจ้าพี่เราจะยืนอยู่ไยในร่มไม้เล่าเชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีกษัตริย์ที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว พระอุปราชของพม่าจึงไสยช้างออกมากระยุทธถีด้วยกัน

      ในการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้ทรงใช้พระแสงพลผ่ายฟาดฟันพระอุปราชขาดตะพายแล่งเมื่อกลับมาสู่พระนครแล้ว พระองค์ก็จะลงโทษเหล่าทหารที่ตามพระไปไม่ทันตอนกระทำศึกยุทธหัตถี ซึ่งมากฏระะเบียบแล้วต้องโทษถึงขึ้นประหารชีวิต ช่วงเวลาที่รออาญาสมเด็จพระพันรัตน พระสังฆราชพร้อมด้วยพระสงฆ์ 25 รูปได้ขอให้พระนเรศวรพระราชทานอภัยยกเว้นโทษให้กับทหารเหล่านั้น โดยให้เหตุผลว่าพระองค์เปรียบดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แวดล้อมด้วยหมู่มารก่อนที่จะตรัสรู้ เป็นการประกาศเกียรติและบารมีความกล้าหาญและเก่งกาจของพระองค์ให้ขจรกระจายไปทั่วแคว้นทั่วแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความมีน้ำพระทัยของพระองค์ ที่มีต่อเหล่าทหารเหล่านั้น และพระราชทานนามว่า “เจดีย์ชัยมงคล” (https://watboran.wordpress.com/category/๐๙วัดใหญ่ชัยมงคล/)


      หลังจากได้ข้อมูลแล้วทำให้อดที่จะระลึกถึงบุญคุณและวีรกรรมของบูรพกษัตริย์ที่ได้ปกบ้านป้องเมืองให้เราลูกหลานเหลน ได้อยู่อาศัยจนทุกวันนี้ และทำให้เดินชมในส่วนของพระเจดีย์ได้อย่างสบายใจและยังสามารถขึ้นไปบนพระเจดีย์เพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ วัด ตลอดจนพุทธศิลป์สมัยอยุธยาที่ทรงคุณค่า และหากใครที่อยากที่จะนั่งภาวนา ก็ยังสามารถหาที่นั่งได้ แต่ไม่ค่อยอยากแนะนำสักเท่าไหร่ เพราะว่าผู้คนพลุกพล่าน มีผู้สนใจไปกราบไหว้และเที่ยวชมเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน สถานที่แรกก็พูดเสียยืดยาวเดี๋ยวจะเบื่อกัน ไว้คราวต่อไปจะพาไปไหว้พระทำบุญเพื่อสร้างกำลังใจ พลังใจ พลังบุญกันใหม่นะครับ สำหรับวันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อนครับ 


นายน้อง
๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

อัพเดทการก่อสร้างพระเจดีย์ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ (12 เมษายน 60)





ณ ตอนนี้ ทางวัดได้ทำการทาสีแล้วครับ แต่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ยังอยู่ในช่วงดำเนินการ คาดว่าหลังปีใหม่สงกรานต์ ก็จะดำเนินการต่อ  ท่านใดอยากร่วมทำบุญ สร้างวิหารทาน บุญใหญ่ บุญหลวง สามารถติดต่อได้ที่ท่านเจ้าอาวาสวัดพนมขวัญครับ  อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมทำบุญ ร่วมสร้าง ด้วยครับผม