วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

อัพเดทรูปภาพ พระเจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ วัดพนมขวัญ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 22 กรกฎาคม 2567 (ปี 2024) เข้าพรรษาปี 2567

 อัพเดทภาพพระเจดีย์ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ วัดพนมขวัญ  จังหวัดแพร่   ในช่วงเข้าพรรษาปี 2567 นี้ จะเห็นได้ว่า มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปอีกขั้น  มีความสวยงาม มีการป้องกันนกพิราบ ที่รบกวน และสร้างความสกปรก ในหลายๆจุด ได้อย่างดี

ขออนุโมทนาบุญกับศรัทธา พุทธศาสนิกชนที่ร่วมทำบุญ ร่วมสร้างวิหารทานให้กับทางวัด ได้ก่อสร้าง ปรับปรุง  เพิ่มเติม แก้ไข  ให้พระเจดีย์ได้มีการสร้างให้มีความสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ  ผ่านมาแล้ว 10 กว่าปี แม้ว่าจะยังต้องปรับปรุงเพิ่มเติมในหลายๆจุดได้อีก แต่ทางวัดก็ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

หากท่านใดมีจิตศรัทธา  สามารถติดต่อทางวัดได้โดยตรงครับ   ขอให้บุญกุศลหนุนนำทุกท่านให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิต  ขออนุโมทนาครับ





ในส่วนฐานโครงสร้างทั้ง 4 มุม ยังต้องการการก่อสร้างเพิ่มเติมครับ

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

วัดพนมขวัญ พระเจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์



ขออนุโมทนาบุญ กับศรัทธาผู้ใจบุญ ร่วมสร้างพระเจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์  ซึ่งการก่อสร้างก็จะยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ จนเสร็จสมบูรณ์ในวันหนึ่งข้างหน้าอย่างแน่นอน






อัพเดทภาพ 29-03-2561

วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

อัพเดทรูปพระเจดีย์ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ (10-07-2560)

เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับองค์พระเจดีย์หลัก ซึ่งทำพิธียกช่อฟ้าเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงบริเวณรอบๆ ก็ยังต้องมีการก่อสร้างต่อไปจนเสร็จสิ้น หากมีงบประมาณก็จะมีการสร้างเพิ่มเติมต่อไป











ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมสมทบทุนสร้างพระเจดีย์ฯ ด้วยครับ

วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การเดินทางของใจ : วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคล



     วันนี้ผมเริ่มต้นเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย ไปตามที่ใจอยากเขียน เนื่องจากเพื่อนคะยั้นคะยอให้เขียนบทความอะไรก็ได้ให้สักหน่อย เอาที่ไม่หนัก ไม่เบา พอดี ๆ ผมก็มานั่งนึกอยู่นานจะเขียนไรดีหนอ ก็เลยตัดสินใจเขียนตามแนวถนัดและที่ผมชอบ และขอใช้ชื่อเรื่องว่า “การเดินทางของใจ” เพราะใจเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะว่าใจเรานี้เมื่อจะทำอะไรหากมีพลังใจ มีกำลังใจ มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นก็จะทำสิ่งใดก็สำเร็จ แต่หากเมื่อไหร่ เราหมดพลังใจ หมดกำลังใจไป ขาดความตั้งใจ หมดวามมุ่งมั่นแล้วละก็คงไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จไปได้ แต่เราจะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร สำหรับผมคือการได้เดินทางไปทำบุญไหว้พระ ในที่ต่าง ๆ ก็ทำให้สุขใจ และได้พลังใจต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมากทีเดียวเลย ยิ่งบางวัดที่สงบร่มรื่น ผู้คนไม่พลุกพล่านยิ่งดี เพราะจะทำให้เราได้ซึมซับความสงบ และค่อย ๆ พิจารณาในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ตามกฎไตรลักษณ์ ที่พระพุทธเจ้าได้ประทานให้เหล่ามวลมนุษยชาติไว้ เพียงแต่เรามักจะมองข้ามไป จึงทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป และด้วยความอยากที่มีอยู่เต็มหัวจิตหัวใจทำให้เราเกิดความอยากได้ อยากมี อยากเป็น อยู่ตลอดเวลา แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเมื่อเรารู้แล้วเราจะแก้มันอย่างไรมากกว่า 


      เกริ่นมาเสียยืดยาว เดี๋ยวผู้อ่านจะเบื่อเอา วันนี้จะขอเล่าประสบการณ์การท่องวัดไหว้พระทำบุญที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้ ด้วยเหตุว่ามีโอกาสได้พาผู้สูงอายุไปเรียนรู้และศึกษาดูงานแถบภาคกลางและภาคตะวันออก และมาแวะยัง “วัดใหญ่ชัยมงคล” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเข้าไปแล้วทำให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของผู้สร้าง และความรุ่งเรืองในสมัยเมื่อกว่าหกร้อยปีของอาณาจักรอยุธยาไม่ได้ ทำให้อดใจไม่ไหวที่จะต้องค้นหาข้อมูลว่าใครเป็นผู้สร้าง มีความสำคัญอย่างไร ซึ่งก็เดินดูก็มีป้ายบอกแต่ไม่ละเอียดจึงค้นหาในอินเตอร์เน็ตต่อ พบว่า วัดใหญ่ชัยมงคล สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นคือในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิปดีที่ 1 หรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทองพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.1900 สมเด็จพระเจ้าอู่ทองได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาเผา ที่ปลงศพนั้นโปรดให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว 


     ต่อมาคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วบวชเรียนมา จากสำนักรัตนมหาเถระ ในประเทศศรีลังกาคณะสงฆ์นี้ได้เป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่ชาวกรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก ทำให้ผู้คนต่างมาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะป่าแก้วมากขึ้น สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็นสมเด็จพระวันรัตน มีตำแหน่งเป็นพระสังฆราชฝ่ายขวาคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ และมีจุดเด่นและจุดที่สนใจคือ เจดีย์ชัยมงคล ซึ่งตั้งตระหง่านโดดเด่นและเป็นชื่อวัดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรบชนะ มังกะยอชวาพระมหาอุปราชของหงษาวดี ที่ ต.หนองสาหร่าย จ.สุพรรณบุรี ในครั้งนั้นพม่าได้ยกทัพเข้ามาในขอบขันฑสีมา สมเด็จพระนเรศวรฯ และสมเด็จพระเอกาทศรถผู้เป็นพระอนุชาจึงได้นำทัพไปรับศึก และได้ขับช้างเข้าไปอยู่ในวงล้อมของข้าศึกทีคอยระดมยิงปืนเข้าใส่พระและพระคชาธาร โดยที่เหล่าแม่ทัพนายกองวิ่งตามพะรองค์มาไม่ทันพระองค์จึงประกาศด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า พระเจ้าพี่เราจะยืนอยู่ไยในร่มไม้เล่าเชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีกษัตริย์ที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว พระอุปราชของพม่าจึงไสยช้างออกมากระยุทธถีด้วยกัน

      ในการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้ทรงใช้พระแสงพลผ่ายฟาดฟันพระอุปราชขาดตะพายแล่งเมื่อกลับมาสู่พระนครแล้ว พระองค์ก็จะลงโทษเหล่าทหารที่ตามพระไปไม่ทันตอนกระทำศึกยุทธหัตถี ซึ่งมากฏระะเบียบแล้วต้องโทษถึงขึ้นประหารชีวิต ช่วงเวลาที่รออาญาสมเด็จพระพันรัตน พระสังฆราชพร้อมด้วยพระสงฆ์ 25 รูปได้ขอให้พระนเรศวรพระราชทานอภัยยกเว้นโทษให้กับทหารเหล่านั้น โดยให้เหตุผลว่าพระองค์เปรียบดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แวดล้อมด้วยหมู่มารก่อนที่จะตรัสรู้ เป็นการประกาศเกียรติและบารมีความกล้าหาญและเก่งกาจของพระองค์ให้ขจรกระจายไปทั่วแคว้นทั่วแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความมีน้ำพระทัยของพระองค์ ที่มีต่อเหล่าทหารเหล่านั้น และพระราชทานนามว่า “เจดีย์ชัยมงคล” (https://watboran.wordpress.com/category/๐๙วัดใหญ่ชัยมงคล/)


      หลังจากได้ข้อมูลแล้วทำให้อดที่จะระลึกถึงบุญคุณและวีรกรรมของบูรพกษัตริย์ที่ได้ปกบ้านป้องเมืองให้เราลูกหลานเหลน ได้อยู่อาศัยจนทุกวันนี้ และทำให้เดินชมในส่วนของพระเจดีย์ได้อย่างสบายใจและยังสามารถขึ้นไปบนพระเจดีย์เพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ วัด ตลอดจนพุทธศิลป์สมัยอยุธยาที่ทรงคุณค่า และหากใครที่อยากที่จะนั่งภาวนา ก็ยังสามารถหาที่นั่งได้ แต่ไม่ค่อยอยากแนะนำสักเท่าไหร่ เพราะว่าผู้คนพลุกพล่าน มีผู้สนใจไปกราบไหว้และเที่ยวชมเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน สถานที่แรกก็พูดเสียยืดยาวเดี๋ยวจะเบื่อกัน ไว้คราวต่อไปจะพาไปไหว้พระทำบุญเพื่อสร้างกำลังใจ พลังใจ พลังบุญกันใหม่นะครับ สำหรับวันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อนครับ 


นายน้อง
๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

อัพเดทการก่อสร้างพระเจดีย์ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ (12 เมษายน 60)





ณ ตอนนี้ ทางวัดได้ทำการทาสีแล้วครับ แต่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ยังอยู่ในช่วงดำเนินการ คาดว่าหลังปีใหม่สงกรานต์ ก็จะดำเนินการต่อ  ท่านใดอยากร่วมทำบุญ สร้างวิหารทาน บุญใหญ่ บุญหลวง สามารถติดต่อได้ที่ท่านเจ้าอาวาสวัดพนมขวัญครับ  อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมทำบุญ ร่วมสร้าง ด้วยครับผม

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

อัพเดทภาพ การก่อสร้างพระเจดีย์พระพุทธเจ้่า 28 พระองค์ วันที่ 2 มกราคม 2560

         ท่านที่มีจิตศรัทธา ประสงค์ที่จะร่วมสร้างพระเจดีย์ ติดต่อได้ที่ท่านเจ้าอาวาสครับ ตามที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ในเว็บนี้ครับ  ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วย





ทางวัดพนมขวัญยังต้องการปัจจัยที่จะนำมาเพื่อก่อสร้างพระเจดีย์ฯ จึงขอเชิญชวนทุกๆท่านที่มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุน เพื่อก่อสร้างพระเจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์  หากได้ปัจจัยเพียงพอก็น่าจะสร้างเสร็จได้ในเร็ววัน....    สามารถติดต่อได้ที่ท่านเจ้าอาวาสตามที่อยู่และเบอร์โทร ได้เลยนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อัพเดทความคืบหน้าการก่อสร้างพระเจดีย์ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ วันเข้าพรรษา 59



วันนี้ก็เอาภาพความคืบหน้าการก่อสร้างพระเจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์มาฝากกันอีกครั้ง ในวันเข้าพรรษาปีนี้ (2559)

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

อัพเดทรูปภาพ การก่อสร้างพระเจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ วัดพนมขวัญ แพร่ (20-04-2559)

 อัพเดท การก่อสร้างพระเจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ที่วัดพนมขวัญอีกครั้ง  หลังจากที่มีงบประมาณบางส่วนเพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป

ปัจจุบันก็ยังมีพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ร่วมทำบุญบริจาคเข้ามา สมทบเรื่อยๆครับ  หากมีงบประมาณเพียงพอก็น่าจะเสร็จในเร็ววัน




แถมภาพนี้ให้อีกนิดครับ  เพราะวันที่ผมไปถ่ายภาพพระเจดีย์  กลับถึงบ้าน ทำไมมีภาพนี้ติดมาด้วย ทั้งๆที่ผมไม่ได้กดถ่าย



ก็เป็นเรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ดูๆในภาพแล้วก็เป็นภาพวิหารของวัดพนมขวัญครับ ก็ไม่มีอะไรผิดแปลกแต่อย่างใด จึงนำมาให้ดูเฉยๆครับ เพราะเป็นภาพที่ผมไม่ได้ตั้งใจถ่าย แต่ปรากฏภาพนี้ในเครื่องได้อย่างไร  ก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายจะพิจารณาครับ  คงไม่ได้มาอำกัน หรือมาโกหกกันนะครับ  ทำไปก็นรกกินกบาลเปล่าๆ  เชื่อผมเถอะ..


ท่านใดประสงค์จะร่วมบริจาคสร้างพระเจดีย์ฯ ติดต่อท่านเจ้าอาวาสวัดพนมขวัญได้ครับผม

ขออนุโมทนาบุญทุกท่านครับ

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แปลกใจไหม ? ทำไม บางวัดจะมีตู้ชำระหนี้สงฆ์

ชำระหนี้สงฆ์
     หลายๆท่านอาจจะงง กับคำว่าชำระหนี้สงฆ์ ว่าชำระไปทำไม ? ไปเป็นหนี้สงฆ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ก็ไม่ได้เคยยืมเงินพระสักบาท จะเป็นหนี้สงฆ์ได้อย่างไร ?

     หลวงพ่อฤษีลิงดำเคยกล่าวไว้ว่า ผืนแผ่นดินใดที่เคยเป็นวัดมาก่อน แม้จะถูกปล่อยร้าง จนไม่หลงเหลือความเป็นวัดอย่างที่ควรจะเป็น แต่ถึงอย่างไรก็เป็นธรณีสงฆ์อยู่เหมือนเดิม หากมีผู้นำของ, เศษไม้, เศษดิน, ฯลฯ ออกจากธรณีสงฆ์นั้น แม้จะไม่รู้ ก็จะถือว่าเอาของสงฆ์ไป และติดกรรมตรงนี้ หากตายไปแล้ว อาจจะทำให้เกิดเป็นเปรตได้  ดังนั้น พระท่านจึงแนะนำว่า หากเรามีโอกาสเข้าวัดเข้าวา ควรถวายเงินสักเล็กน้อยหรือแล้วแต่ศรัธทา โดยอธิฐานว่า เงินจำนวนนี้ขอชำระหนี้ให้กับสงฆ์ อย่าได้ติดกรรมเป็นหนี้สงฆ์อีกต่อไป ซึ่งหากเท่าทำเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเราจะรู้ หรือไม่รู้ว่าเราเป็นหนี้สงฆ์หรือไม่ ? ก็จะทำให้เราปลอดภัยจากอบายภูมิในระดับหนึ่ง

    คำว่าหนี้สงฆ์ ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นหนี้พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง แต่หมายถึงเป็นหนี้ต่อสิ่งที่เป็นของพุทธศาสนา คือสิ่งต่างๆที่อยู่ในเขตวัดทั้งหมด ถือเป็นของสงฆ์ ของพุทธศาสนา  แต่.... ถ้าเรายืมเงินพระรูปใดรูปหนึ่ง ซึ่งเงินนั้นเป็นเงินส่วนตัวของพระรูปนั้น ไม่ถือว่าเป็นหนี้สงฆ์ แต่เป็นหนี้พระรูปนั้นนะครับ ถ้าจะชำระต้องไปชำระหนี้ต่อพระรูปนั้น...

     หลายท่านไม่เข้าใจว่า พระมีเงินได้ไหม ?  มีได้ครับ ซึ่งเกิดจาก ญาติโยมเค้าถวายปัจจัยโดยระบุว่าจะให้พระรูปนี้ใช้ส่วนตัว ก็ทำได้ แต่ถ้าญาติโยมเค้าระบุว่าจะถวายวัด โดยถวายผ่านพระ แต่พระนำเงินส่วนนั้นไปเป็นของตัวเอง ถือว่าพระนั้นผิด เพราะเอาของสงฆ์มาเป็นของตัวเอง ตายไปมีสิทธิ์เป็นเปรตได้เลยนะครับ

     เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องระเอียดอ่อน แต่ผู้ไม่รู้ ไม่ถือว่าไม่ผิดนะครับ คือ สรุปว่าไม่รู้ก็ผิดครับ  เหมือนเราไม่รู้ว่าการฆ่าสัตว์เป็นบาป ก็เลยฆ่าสัตว์  แล้วพระมาบอกว่ามันบาปนะ เราก็จะบอกว่าที่ผ่านมาเราไม่บาปเพราะเราไม่รู้ แบบนี้ไม่ได้...  ดังนั้นผู้รู้จึงบอกว่าควรศึกษาธรรมะไว้บ้าง จะได้รู้ทางหนีอบาย และหนักจะได้เป็นเบา

     สังคมไทยรู้และเชื่อเรื่องบาปบุญมานานแล้ว ทำให้วัฒนธรรมไทยหลายอย่าง เป็นกุศโลบายในการให้ลูกๆหลานๆได้ห่างไกล อบายภูมิ เช่น  การรดน้ำดำหัว เพื่อขอขมากรรม กับพ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ จะได้ไม่ติดกรรมหนัก เพราะกรรมไม่ดีต่อพ่อและแม่เป็นกรรมหนักมากก.. และประเพณีขนทรายเข้าวัด ก็เป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ชำระหนี้สงฆ์ได้ ผู้เฒ่าผู้แก่ว่าไว้ แม้เราจะไม่ได้เอาอะไรไปจากวัด แต่เวลาเราเข้าวัด พอกลับบ้าน เราเหยียบเอาเม็ดดินเม็ดทรายจากวัด มาบ้านเรา ซึ่งถือว่าเอาของวัด ของสงฆ์มาเช่นกัน การขนทรายเข้าวัด ก็เท่ากับใช้หนี้สงฆ์นั่นเอง

     สุดท้าย โดยเฉพาะท่านที่อยู่ใกล้วัด เช่น เปิดร้านต่างๆในวัด, นอกวัด, ใช้น้ำ, ใช้ไฟฟ้าวัด อันนี้ต้องระวังให้ดี ลองสังเกตุว่าท่านเก็บเงินอยู่หรือไม่ หรือเก็บเงินได้เท่าไหร่ก็มีเหตุให้ต้องเสียไปกับเรื่องต่างๆ อันนี้ต้องรีบเลยครับ ชำระหนี้สงฆ์ให้ไว  มนุษย์เราไม่รู้วันตาย หากเราตายก่อนได้ชำระหนี้สงฆ์ บอกได้คำเดียวว่าเป็นผีที่หัวเราะไม่ออกไปอีกนาน...